You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

bendy and the ink machine pc:Slavery

sociology
print Print
Please select which sections you would like to print:
verified Cite
While every effort has been made to follow citation style rules, there may be some discrepancies. Please refer to the appropriate style manual or other sources if you have any questions.
Select Citation Style
Feedback
Corrections? Updates? Omissions? Let us know if you have suggestions to improve this article (requires login).
Thank you for your feedback

ไพ่ 3 กอง ออนไลน์,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.74 พันล้านบาท หรือ 0.83 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1179% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 136.08 ล้านบาท หรือ 0.09 บาทต่อหุ้น หุ้นยุโรปปิดบวก รับคาดการณ์อีซีบีกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน โดยดาวโจนส์ลดแรงบวก ในขณะที่ดัชนี NASDAQ ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. โดยนายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในเดือนธ.ค. เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ BKD เฮ! กำไร Q3 พุ่งเกินเท่าตัว หลังรายได้จากการตกแต่งภายในเพิ่มขึ้น OISHI ปิดตลาดพุ่งเกือบ 10% หลังกำไร Q3 โตเกิน 4 เท่า!, ADVANC รายงานกำไร Q3/58 ทรงตัวอยู่ที่ 8.62 พันลบ.ส่วนตัวเลข GDP ในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 3-3.5% โดยมีปัจจัยด้านการใช้จ่ายโครงการภาครัฐที่เกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขณะที่การใช้จ่ายครัวเรือนในปีหน้ายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะปัจจุบันมีหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ทำให้ภาคครัวเรือนเกิดความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนในปีหน้าคาดว่าจะเป็นการลงทุนตามปกติตามภาวะเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ โดยผลการดำเนินงวด 3 ที่มีกำไรลดลง เนื่องจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน นิกเกอิปิดเช้าลบ 16.75 จุด ขณะการซื้อขายผันผวนขณะเดียวกันปัจจัยเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ในวันนี้แม้ว่าจะเป็น Sentiment ในเชิงบวกต่อตลาด แต่ไม่ได้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากการประมูลยังไม่สิ้นสุดหลังจากปิดตลาดวันนี้ไปแล้ว และนักลงทุนมีความกังวลเรื่องราคาประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ราคาแข่งขันกันสูงมากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต ประกอบกับเกิดการ sell on fact ในหุ้นกลุ่มสื่อสารไปบ้างแล้ว 1,394 จุด ยังคงแข็งแกร่งแสนสะท้าน มองบ่ายอาจฟื้นตัวต่อ แต่ไม่น่าเกิน 1,410 จุด ขณะเดียวกันปัจจัยเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ในวันนี้แม้ว่าจะเป็น Sentiment ในเชิงบวกต่อตลาด แต่ไม่ได้ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากการประมูลยังไม่สิ้นสุดหลังจากปิดตลาดวันนี้ไปแล้ว และนักลงทุนมีความกังวลเรื่องราคาประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ราคาแข่งขันกันสูงมากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต ประกอบกับเกิดการ sell on fact ในหุ้นกลุ่มสื่อสารไปบ้างแล้ว SR ปิดเทรดเหนือจอง 14.29% วอลุ่มแตะ 2 พันลบ. ,SET ปิด 1,398.38-4.19ทั้งนี้ หลังจากการประมูลสร็จสิ้นลง ขั้นตอนจากนี้สำนักงาน กสทช.จะเสนอผลการประมูลต่อที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เพื่อรับรองผลการประมูลภายใน 7 วัน ซึ่งคาดว่าไม่เกินวันที่ 18 พ.ย.58 จากนั้นจะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้ชนะการประมูลหลังจากปฎิบัติตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วนถูกต้องภายใน 90 วัน ซึ่งรวมถึงการชำระเงินค่าประมูลงวดแรกจำนวน 50% ของราคาที่ชนะประมูลระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway up หรือในกรอบระหว่าง 43-46 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 42.50 บาทหุ้นแนะนำ : KCE และERW ในการประมูลรอบแรกผู้เข้าร่วมการประมูลทุกรายจะต้องเสนอราคาในชุดคลื่นความถี่ชุดใดชุดหนึ่งที่ราคา 16,708 ล้านบาทจากราคาเริ่มต้นที่ 15,912 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นครั้งละ 5% คิดเป็นเงินที่เพิ่มขึ้นครั้งละ 796 ล้านบาท เมื่อถึงราคา 19,890 ล้านบาท การเสนอราคาจะปรับเป็นเสนอราคาครั้งละ 2.5% ของราคาขั้นต่ำ 15,912 ล้านบาทคิดเป็นเงินที่เพิ่มขึ้นครั้งละ 398 ล้านบาทบริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) หรือ PDG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 มีกำไรสุทธิ 14.53 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.05 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 106% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.05 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.03 บาทต่อหุ้น。

ไพ่ 3 กอง ออนไลน์,MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้ม RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 70 รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนสูงขึ้นมากในช่วงปี 63-68 ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับบ้านปู ในการจับมือผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งเพื่อขยายธุรกิจให้โตขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่เรามีการดำเนินงานอยู่ก่อนแล้ว นางสมฤดี กล่าว “สมคิด”ไฟเขียวเสนอ 5 โครงการ PPP Fast Track เข้าครม.มี.ค.59 CEI มั่นใจปี 58 พลิกกำไร เล็งนำบริษัทลูกเข้าตลาดใน 3-5 ปี หุ้นยุโรปปิดบวกรับมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐฯสดใส,อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟด สาขาบอสตัน กล่าวว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในเดือนธ.ค. เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าทางเศรษฐกิจSIAM/3.48?ความเห็น: มีแนวโน้มเปลี่ยนธุรกิจเป็นธุรพลังงานทางเลือก คล้ายกับ CHOWขณะเดียวกันในส่วนของอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ในส่วนอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน กองรีสท์ WHABT นั้น คาดว่าประมาณ 6.2% ในปีแรก โดยกองรีทส์เราจะจ่ายเงินปันผลไตรมาสละครั้ง ซึ่งหากพิจารณาจะเห็นได้กว่ากองรีทส์ WHABTจะให้ผลตอบแทนสูงกว่า เมื่อเทียบกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนในอาคารสำนักงานให้เช่ารายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบสิทธิการเช่าที่ดิน (Leasehold) มีอายุ 30 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนสุทธิเพียง 4-5% (เมื่อนำส่วนการลดลงขออายุสิทธิการเช่าออกจากผลตอบแทน) แต่ในขณะที่ WHABT มีทรัพย์สินที่เป็น Freehold เป็นส่วนใหญ่คำค้นWHAWHABT บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 915.91 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.60 บาทต่อหุ้น ลดลง 20.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.15 พันล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.75 บาทต่อหุ้นส่วนการที่นางโนรี สุขสวัสดิ์ ได้ขายหุ้น NYT จำนวน 18.43% ให้กับ บริษัท เอ็น.วาย.เค.(ประเทศไทย) จำกัด (NYK) มองว่าเป็นผลดีต่อ NYT เพราะปัจจุบัน NYT ถือหุ้นอยู่ในบริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล โร-โร เทอร์มินัล จำกัด สัดส่วน 20% ขณะที่ NYK ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 80% จึงเอื้อประโยชน์กันทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะท่าเรือ C0 นอกจากเป็นท่าเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์แล้ว ยังมีสินค้าทั่วไปด้วย เช่น สินค้าหนัก สินค้าแท่นขุดเจาะ ซึ่งรองรับสินค้าอื่นๆด้วย ทำให้สามารถให้บริการได้ครบวงจรมากขึ้นส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/58 ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) คาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน ตามการส่งออกรถยนต์ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ไทยส่งออกรถยนต์กว่า 9.05 แสนคัน และสิ้นปีน่าจะส่งออกได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากการส่งออกรถกระบะรุ่นใหม่ และรถยนต์อีโคคาร์เฟส 2 ขณะที่บริษัทได้ส่งออกรถยนต์ไปแล้วกว่า 7 แสนคัน ในช่วง 9 เดือนแรก ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ทั้งนี้ THAI ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในช่วงไตรมาส 4/58 ที่ 1.5 พันล้านบาท และเพิ่มรายได้ 1.5 พันล้านบาท คาดปีนี้ลดค่าใช้จ่ายได้ 7-8 พันล้านบาท จากเป้า 10,700 ล้านบาท ที่เหลือผลักไปปี 59 และปีหน้าคาดว่าจะลดค่าใช้จ่าย 2 หมื่นล้านบาท โดยยอมรับว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ต่อเนื่องในไตรมาส 4/58 มีผลทำให้ผู้โดยสารจีนและเอเชียหดตัวลงขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.57 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 2.77 บาทต่อหุ้น ลดลง 2.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.53 พันล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 2.86 บาทต่อหุ้น,ทั้งนี้ P/E ปี 59 จากราคาจองเป็น 15.3 เท่า ถือว่าไม่ถูก หากพิจารณา P/E ปัจจุบันของ SF และ CPN เป็น 12.9 และ 26.3 เท่าตามลำดับ หากกำหนดให้ P/E เหมาะสมสำหรับ J ปี 59 เป็น 16-17 เท่า จะได้ราคาพื้นฐานที่ 2.89-3.07 บาท สูงกว่าราคาจอง 4%-11% ตามลำดับแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าโดยเฉลี่ยให้สูงกว่า 75% นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทจะมี EBITDA อย่างน้อย 3,400-3,500 ล้านบาทต่อปีบริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 8.91 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.01 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 45.89 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.04 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มค้าปลีกนั้น มาจากรายงานที่ว่า เมซี อิงค์ ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ รายงานผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3/2558 อยู่ที่ 36 เซนต์ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2557 ที่ระดับ 61 เซนต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี 2558MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้ม RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 70 หุ้นยุโรปปิดบวก รับคาดการณ์อีซีบีกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ออกมาเตือนนักลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz สำหรับการลงทุนในหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ,บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ,บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตดังกล่าว และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลในวันนี้。

Our editors will review what you’ve submitted and determine whether to revise the article.

Join Britannica's Publishing Partner Program and our community of experts to gain a global audience for your work!

Slavery, condition in which one human being was owned by another. A slave was considered by law as property, or chattel, and was deprived of most of the rights ordinarily held by free persons.

Engraving of Solomon Northup, c. 1853. (Twelve Years a Slave, 12 Years a Slave, slavery, African-American, Black History)
Britannica Quiz
The History of Slavery in North America Quiz
Which of England’s American colonies became the first to recognize slavery as a legal institution? Which colony had the largest enslaved population by the 1700s? Test your knowledge. Take this quiz.

There is no consensus on what a slave was or on how the institution of slavery should be defined. Nevertheless, there is general agreement among historians, anthropologists, economists, sociologists, and others who study slavery that most of the following characteristics should be present in order to term a person a slave. The slave was a species of property; thus, he belonged to someone else. In some societies slaves were considered movable property, in others immovable property, like real estate. They were objects of the law, not its subjects. Thus, like an ox or an ax, the slave was not ordinarily held responsible for what he did. He was not personally liable for torts or contracts. The slave usually had few rights and always fewer than his owner, but there were not many societies in which he had absolutely none. As there are limits in most societies on the extent to which animals may be abused, so there were limits in most societies on how much a slave could be abused. The slave was removed from lines of natal descent. Legally, and often socially, he had no kin. No relatives could stand up for his rights or get vengeance for him. As an “outsider,” “marginal individual,” or “socially dead person” in the society where he was enslaved, his rights to participate in political decision making and other social activities were fewer than those enjoyed by his owner. The product of a slave’s labour could be claimed by someone else, who also frequently had the right to control his physical reproduction.

Slavery was a form of dependent labour performed by a nonfamily member. The slave was deprived of personal liberty and the right to move about geographically as he desired. There were likely to be limits on his capacity to make choices with regard to his occupation and sexual partners as well. Slavery was usually, but not always, involuntary. If not all of these characterizations in their most restrictive forms applied to a slave, the slave regime in that place is likely to be characterized as “mild”; if almost all of them did, then it ordinarily would be characterized as “severe.”

Slaves were generated in many ways. Probably the most frequent was capture in war, either by design, as a form of incentive to warriors, or as an accidental by-product, as a way of disposing of enemy troops or civilians. Others were kidnapped on slave-raiding or piracy expeditions. Many slaves were the offspring of slaves. Some people were enslaved as a punishment for crime or debt, others were sold into slavery by their parents, other relatives, or even spouses, sometimes to satisfy debts, sometimes to escape starvation. A variant on the selling of children was the exposure, either real or fictitious, of unwanted children, who were then rescued by others and made slaves. Another source of slavery was self-sale, undertaken sometimes to obtain an elite position, sometimes to escape destitution.

Get a Britannica Premium subscription and gain access to exclusive content. Subscribe Now

Slavery existed in a large number of past societies whose general characteristics are well known. It was rare among primitive peoples, such as the hunter-gatherer societies, because for slavery to flourish, social differentiation or stratification was essential. Also essential was an economic surplus, for slaves were often consumption goods who themselves had to be maintained rather than productive assets who generated income for their owner. Surplus was also essential in slave systems where the owners expected economic gain from slave ownership.

Ordinarily there had to be a perceived labour shortage, for otherwise it is unlikely that most people would bother to acquire or to keep slaves. Free land, and more generally, open resources, were often a prerequisite for slavery; in most cases where there were no open resources, non-slaves could be found who would fulfill the same social functions at lower cost. Last, some centralized governmental institutions willing to enforce slave laws had to exist, or else the property aspects of slavery were likely to be chimerical. Most of these conditions had to be present in order for slavery to exist in a society; if they all were, until the abolition movement of the 19th century swept throughout most of the world, it was almost certain that slavery would be present. Although slavery existed almost everywhere, it seems to have been especially important in the development of two of the world’s major civilizations, Western (including ancient Greece and Rome) and Islamic.

There have been two basic types of slavery throughout recorded history. The most common has been what is called household, patriarchal, or domestic slavery. Although domestic slaves occasionally worked outside the household, for example, in haying or harvesting, their primary function was that of menials who served their owners in their homes or wherever else the owners might be, such as in military service. Slaves often were a consumption-oriented status symbol for their owners, who in many societies spent much of their surplus on slaves. Household slaves sometimes merged in varying degrees with the families of their owners, so that boys became adopted sons or women became concubines or wives who gave birth to heirs. Temple slavery, state slavery, and military slavery were relatively rare and distinct from domestic slavery, but in a very broad outline they can be categorized as the household slaves of a temple or the state.

The other major type of slavery was productive slavery. It was relatively infrequent and occurred primarily in Classical Athenian Greece and Rome and in the post-Columbian circum-Caribbean New World. It also was found in 9th-century Iraq, among the Kwakiutl Indians of the American Northwest, and in a few areas of sub-Saharan Africa in the 19th century. Although slaves also were employed in the household, slavery in all of those societies seems to have existed predominantly to produce marketable commodities in mines or on plantations.

A major theoretical issue is the relationship between productive slavery and the status of a society as a slave or a slave-owning society. In a slave society, slaves composed a significant portion (at least 20–30 percent) of the total population, and much of that society’s energies were mobilized toward getting and keeping slaves. In addition the institution of slavery had a significant impact on the society’s institutions, such as the family, and on its social thought, law, and economy. It seems clear that it was quite possible for a slave society to exist without productive slavery; the known historical examples were concentrated in Africa and Asia. It is also clear that most of the slave societies have been concentrated in Western (including Greece and Rome) and Islamic civilizations. In a slave-owning society, slaves were present but in smaller numbers, and they were much less the focus of the society’s energies.

Slavery was a species of dependent labour differentiated from other forms primarily by the fact that in any society it was the most degrading and most severe. Slavery was the prototype of a relationship defined by domination and power. But throughout the centuries man has invented other forms of dependent labour besides slavery, including serfdom, indentured labour, and peonage. The term serfdom is much overused, often where it is not appropriate (always as an appellation of opprobrium). In the past a serf usually was an agriculturalist, whereas, depending upon the society, a slave could be employed in almost any occupation. Canonically, serfdom was the dependent condition of much of the western and central European peasantry from the time of the decline of the Roman Empire until the era of the French Revolution. This included a “second enserfment” that swept over central and some of eastern Europe in the 15th and 16th centuries. Russia did not know the “first enserfment”; serfdom began there gradually in the mid-15th century, was completed by 1649, and lasted until 1906. Whether the term serfdom appropriately describes the condition of the peasantry in other contexts is a matter of vigorous contention. Be that as it may, the serf was also distinguished from the slave by the fact that he was usually the subject of the law—i.e., he had some rights, whereas the slave, the object of the law, had significantly fewer rights. The serf, moreover, was usually bound to the land (the most significant exception was the Russian serf between about 1700 and 1861), whereas the slave was always bound to his owner; i.e., he had to live where his owner told him to, and he often could be sold by his owner at any time. The serf usually owned his means of production (grain, livestock, implements) except the land, whereas the slave owned nothing, often not even the clothes on his back. The serf’s right to marry off his lord’s estate often was restricted, but the master’s interference in his reproductive and family life ordinarily was much less than was the case for the slave. Serfs could be called upon by the state to pay taxes, to perform corvée labour on roads, and to serve in the army, but slaves usually were exempt from all of those obligations.

A person became an indentured servant by borrowing money and then voluntarily agreeing to work off the debt during a specified term. In some societies indentured servants probably differed little from debt slaves (i.e., persons who initially were unable to pay off obligations and thus were forced to work them off at an amount per year specified by law). Debt slaves, however, were regarded as criminals (essentially thieves) and thus liable to harsher treatment. Perhaps as many as half of all the white settlers in North America were indentured servants, who agreed to work for someone (the purchaser of the indenture) upon arrival to pay for their passage. Some indentured servants alleged that they were treated worse than slaves; the economic logic of the situation was that slave owners thought of their slaves as a long-term investment whose value would drop if maltreated, whereas the short-term (typically four years) indentured servants could be abused almost to death because their masters had only a brief interest in them. Practices varied, but indenture contracts sometimes specified that the servants were to be set free with a sum of money, sometimes a plot of land, perhaps even a spouse, whereas for manumitted slaves the terms usually depended more on the generosity of the owner.

Peons were either persons forced to work off debts or criminals. Peons, who were the Latin American variant of debt slaves, were forced to work for their creditors to pay off what they owed. They tended to merge with felons because people in both categories were considered criminals, and that was especially true in societies where money fines were the main sanction and form of restitution for crimes. Thus, the felon who could not pay his fine was an insolvent debtor. The debt peon had to work for his creditor, and the labour of the criminal peon was sold by the state to a third party. Peons had even less recourse to the law for bad treatment than did indentured servants, and the terms of manumission for the former typically were less favourable than for the latter.

Ring in the new year with a Britannica Membership
Learn More!
sonic the hedgehog video game new pvp games 2020 latest truck simulator games top 10 best roblox games 2019 popular games to play popular games in 2020 madagascar video game video game shop near me rambo game top mobile mmos
just play bridge free best mmorpg 2020 for android kids racing new free games 2019 cookieguy io games
forza horizon 4 forza edition cars hack diamond ml apk xbox 360 popular games most played switch games recent multiplayer games
best battle royale games for pc free trending for gaming latest io games betting sites welcome offers popular google doodle games rubik's cube